พอร์ตหุ้น คืออะไร ? พื้นฐานที่นักลงทุนมือใหม่ต้องทราบ

พอร์ตหุ้นคืออะไร ? ทำไมจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับนักลงทุน รูปแบบที่จำเป็นต้องทราบ จะเน้นลงทุนเชิงรุกหรือเชิงรับ หรือต้องการพอร์ตหุ้นแบบเก็งกำไร ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบเป็นอย่างไร อ่านได้ที่นี่

พอร์ตหุ้นคืออะไร ?

พอร์ตหุ้นหรือพอร์ตการลงทุน เป็นบัญชีที่เราใช้ซื้อ-ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มีข้อมูลระบุชัดเจนถึงสัดส่วนการลงทุน พูดง่าย ๆ ว่าเป็นรายละเอียดเพื่อแจ้งและเก็บข้อมูลจากการดำเนินการซื้อขายหุ้น ทำให้เราทราบถึงข้อมูลการลงทุนที่เกิดขึ้น เช่น เราต้องการซื้อหุ้น A จำนวน 10,000 หุ้น และซื้อหุ้น B จำนวน 5,000 หุ้น มันก็จะมีข้อมูลต่าง ๆ เกิดขึ้น ทั้งจำนวนหุ้น มูลค่าหุ้น กำไรหรือขาดทุน ณ ราคาตลาดเวลานั้น

ถ้าหากว่าเราต้องการจะเปิดพอร์ตหุ้น ต้องเปิดกับโบรกเกอร์หุ้น อย่างไรก็ตามโบรกเกอร์มีค่อนข้างหลากหลาย บางเจ้ามีค่าธรรมเนียมสูง บางเจ้ามีค่าธรรมเนียมต่ำ บางเจ้าเสนอเงื่อนไขพิเศษให้ หากสนใจเปิดพอร์ตหุ้นเพื่อซื้อขายหุ้น สามารถเลือกโบรกเกอร์ที่ถูกใจได้เลย อย่างไรก็ตามหากเปิดพอร์ตหุ้นแบบออนไลน์จะมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า แต่รูปแบบการดำเนินการอาจเข้าใจยากสำหรับมือใหม่ ดังนั้นถ้าขี้เกียจศึกษาด้วยตัวเอง อาจให้โบรกเกอร์อย่างธนาคารแนะนำให้ก็ได้

วัตถุประสงค์ของพอร์ตหุ้น

วัตถุประสงค์หลักของพอร์ตหุ้นคือการเปิดบัญชีเพื่อใช้ซื้อ-ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หากไม่มีพอร์ตหุ้นก็อาจดำเนินการซื้อ-ขายหุ้นยากหน่อย ซึ่งรูปแบบซื้อขายหุ้นในปัจจุบันมักเป็นการซื้อผ่านโบรกเกอร์เป็นหลัก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องเปิดพอร์ตหุ้นเพื่อซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตามการซื้อขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ไม่จำเป็นต้องเปิดพอร์ตหุ้น

วัตถุประสงค์รองของพอร์ตหุ้นคือการแสดงข้อมูลที่เกิดจากการซื้อขาย เพื่อให้ผู้ลงทุนเห็นว่าการลงทุนนั้นเกิดการขาดทุนหรือได้กำไรอย่างไร นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูลอื่น ๆ ทำให้เราทราบว่าสัดส่วนการลงทุนของเราเป็นอย่างไร ซึ่งในส่วนนี้มีความสำคัญสำหรับการซื้อขายหุ้น เพราะจะทำให้เราทราบว่าพอร์ตหุ้นที่เราถือนั้นเป็นรูปแบบไหน เน้นเชิงรุกหรือเชิงรับ เน้นผสมผสาน หรือเน้นเก็งกำไร ซึ่งแต่ละรูปแบบก็จะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป โดยส่วนนี้สามารถบ่งบอกถึงความเสี่ยงและผลกำไรที่อาจเกิดขึ้นได้ ทำให้นักลงทุนสามารถพิจารณาถึงความสำคัญของหุ้นโดยรวมได้ดียิ่งขึ้น

stock-portfolio

ประเภทของพอร์ตหุ้น

ประเภทหรือรูปแบบพอร์ตหุ้นมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุน เพราะมันจะแสดงให้นักลงทุนเห็นว่าการลงทุนนั้นเป็นไปตามแนวทางที่ต้องการหรือไม่ เช่น นักลงทุนต้องการลงทุนเชิงรุก เน้นผลกำไรสูง ๆ แต่พอร์ตของตัวเองกลับซื้อที่หุ้นความเสี่ยงต่ำ หรือลงทุนเฉพาะหุ้นที่ต้องใช้เวลาเติบโต ในส่วนนี้ก็อาจขัดความตั้งใจที่จะลงทุนได้ หรือถ้าหากนักลงทุนเน้นการลงทุนเชิงรับ ไม่ต้องการความเสี่ยงสูง ๆ อยากได้แค่หุ้นความเสี่ยงต่ำ โตขึ้นทุกปี แต่เมื่อพิจารณาพอร์ตหุ้นกลับพบว่าเป็นการเน้นเชิงรุก ดังนั้นพอร์ตหุ้นจึงมีความเสี่ยงสูง ขัดกับความตั้งใจเดิม จะเห็นเลยว่าประเภทของพอร์ตหุ้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ลงทุนโดยเฉพาะมือใหม่ควรศึกษาให้ดี โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • A Portfolio Investment (พอร์ตการลงทุน)

พอร์ตการลงทุน หรือพอร์ตหุ้น หมายถึงพอร์ตที่แสดงการลงทุนของคุณ มีการดำเนินการซื้อขายอย่างไรบ้าง มีผลกำไรขาดทุนเช่นไร ใช้บอกภาพรวมของการลงทุน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลงทุน

  • An Aggressive, Equities-Focused Portfolio (พอร์ตเชิงรุก)

พอร์ตเชิงรุก หมายถึงพอร์ตที่มุ่งหวังผลกำไรสูง และมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน โดยการลงทุนลักษณะนี้มีความอ่อนไหวและความผันผวนสูง แต่ยังพอมีพื้นฐานบางอย่าง ยังมีความน่าเชื่อถือในการลงทุน โอกาสเติบโตสูง มีเหตุผลในการลงทุน จึงไม่ใช่การซื้อเพราะการวัดดวงเพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปมักเป็นหุ้นที่ไม่คุ้นหู เป็นบริษัทใหม่ หรือมีโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ เน้นลงทุนกับบริษัทใหม่ที่มีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็ว พอร์ตหุ้นประเภทนี้จึงเป็นลักษณะเน้นผลกำไรสูง จนเกือบคล้ายการเก็งกำไร เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ซื้อ-ขายหุ้นมานาน และวิเคราะห์หุ้นเป็น พร้อมรับความเสี่ยงในการขาดทุน

  • A Defensive, Equities-Focused Portfolio (พอร์ตเชิงรับ)

พอร์ตเชิงรับ หมายถึงพอร์ตหุ้นที่มุ่งหวังกำไรน้อย แต่ความเสี่ยงต่ำมากหรือแทบไม่มี โดยทั่วไปมักเป็นการซื้อหุ้นที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงดี พื้นฐานดี ราคาไม่ค่อยผันผวน โอกาสขาดทุนจึงต่ำมาก ๆ การเคลื่อนไหวราคาหุ้นจึงไม่ค่อยมากนัก กำไรจึงไม่สูง ส่วนใหญ่ราคาหุ้นมักจะเสถียร ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวมากนักในตลาด เหมาะกับคนที่เริ่มต้นเล่นหุ้น หรือต้องการออมหุ้นเป็นเงินเก็บสะสมระยะยาว นอกจากนี้ยังรวมไปถึงตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก อย่างไรก็ตามความเสี่ยงต่ำไม่ได้ถึงไม่มีความเสี่ยง แค่ความเสี่ยงน้อย ตัวอย่างเหตุการณ์โควิดก็ส่งผลให้เกิดการขาดทุนสูง ใช้เวลาฟื้นราคาคืนนับปี ดังนั้นจึงไม่ได้รับประกันความเสี่ยงซะทีเดียว

  • A Hybrid Portfolio (พอร์ตเชิงผสมผสาน)

พอร์ตเชิงผสมผสาน หมายถึงพอร์ตหุ้นที่ลงทุนทั้งในรูปแบบเชิงรุกและเชิงรับ ในส่วนนี้กำไรจะสูงกว่าพอร์ตเชิงรับ แต่ต่ำกว่าพอร์ตเชิงรุก อย่างไรก็ตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นก็ต่ำกว่าพอร์ตเชิงรุกพอสมควร ข้อดีของมันก็ชัดเจนว่าเป็นแนวทางสายกลาง ต่อให้ขาดทุนก็ไม่ถึงขั้นสูญเสียหนัก ส่วนถ้าได้กำไรก็ค่อนข้างมาก ความยืดหยุ่นสูง เหมาะกับคนที่ศึกษาหุ้นแต่ละตัวอย่างละเอียด

  • An Income-Focused, Equities Portfolio (พอร์ตเน้นสร้างรายได้)

พอร์ตสร้างรายได้ คือพอร์ตการลงทุนที่มุ่งหวังผลจากกำไรที่เกิดขึ้นโดยไม่แตะต้องเงินต้น อาจเป็นลักษณะ เงินปันผล เงินดอกเบี้ย เป็นต้น มีรูปแบบการจ่ายที่ค่อนข้างสม่ำเสมออาจเป็นรายเดือน รายไตรมาส รายครึ่งปี หรือรายปีก็ได้ ซึ่งพอร์ตลักษณะนี้เหมือนฝากเงินหวังดอกเบี้ยเพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยพอร์ตลักษณะนี้ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทำกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น หรือการเติบโตของหุ้นมากนัก แต่มักมองไปที่หุ้นที่จ่ายปันผลสูง ๆ มากกว่า

  • A Speculative, Equities-Focused Portfolio (พอร์ตเก็งกำไร)

พอร์ตเก็งกำไร ชื่อก็บอกชัดเจนถึงความหมายเพราะเน้นด้านเก็งกำไรเป็นหลัก มีความต่างจากพอร์ตเชิงรุกบางประการ แต่จะเป็นในแนวทางที่มุ่งหวังผลกำไรสูงมากและมีความเสี่ยงสูงมากเช่นกัน

อาจเป็นหุ้นที่มีราคาผันผวนสูง บางครั้งเราก็อาจได้ยินราคาหุ้นที่พุ่งราวกับจรวด จากราคาหุ้น 10 บาท อาจพุ่งสูงถึง 800 บาท แล้วตกดิ่งลงมาเหลือแค่ 150 บาท เป็นต้น พอร์ตลักษณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยฝีมือและโชคจำนวนหนึ่ง โอกาสขาดทุนจนไม่เหลือเงินต้นสูงมาก แต่โอกาสเติบโตของพอร์ตหุ้นก็มากเช่นกัน

stock portfolio-1

หุ้นตัวไหนที่เหมาะกับการลงทุนสำหรับมือใหม่?

มือใหม่เหมาะกับการลงทุนแบบพอร์ตหุ้นเชิงรับ พอร์ตหุ้นเน้นสร้างรายได้มากกว่า เนื่องจากความเสี่ยงต่ำ โอกาสขาดทุนน้อย สามารถใช้เป็นรูปแบบเงินออมได้ดี ไม่จำเป็นต้องดูราคาหุ้นทุกวัน ซึ่งถ้าหากลงทุนอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน โดยใช้เงินเย็น ลงทุนในรูปแบบ DCA เน้นเก็บออมไปเรื่อย ๆ จะเหมาะสมมาก เพราะโอกาสขาดทุนต่ำ แต่กำไรยืนยาว สามารถเก็บเป็นเงินออมตอนเกษียณหรือคราวจำเป็นได้

เมื่อศึกษาได้มากพอแล้ว มีประสบการณ์เพียงพอ ต้องการสร้างรายได้มากขึ้น สามารถลงทุนในรูปแบบผสมผสาน หรือพอร์ตเชิงรุกได้ เพราะจะทำให้มีโอกาสสร้างรายได้ได้สูงขึ้น แต่ถ้าหากไม่มีประสบการณ์เพียงพอจริง ๆ แนะนำให้ลงทุนในรูปแบบแรก

ส่วนพอร์ตเก็งกำไร ถ้าเป็นมือใหม่ห้ามลงทุนโดยเด็ดขาด เพราะเกือบ 100% มักตกเป็นเหยื่อนักลงทุนที่เชี่ยวชาญทั้งสิ้น สุดท้ายพอร์ตอาจสูญเงินต้นทั้งหมด และขาดทุนจนไม่เหลืออะไรเลย

หลักการพื้นฐานของพอร์ตการลงทุนหุ้น

หลักการพื้นฐานสำคัญต้องพิจารณาว่าเราเข้าใจการซื้อขายหุ้นมากแค่ไหน มีความเข้าใจเรื่องการลงทุนเพียงใด อย่ามั่นใจจนเกินเหตุ ดังคำกล่าวที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ดังนั้นต้องเข้าใจจริง ๆ หุ้นคืออะไร ควรเน้นพอร์ตหุ้นแบบไหน และต้องเข้าใจว่าตัวเองเป็นมือใหม่หรือไม่ มีความรู้เพียงพอหรือไม่ หากมีประสบการณ์ไม่มากพอ ไม่ได้เชี่ยวชาญการซื้อขายหุ้น ควรเน้นการซื้อขายหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำจึงจะดีกว่า แม้ว่าจะเป็นพอร์ตเชิงรับหรือเน้นปันผล มันก็ยังมีโอกาสสร้างกำไร ขาดทุนน้อย

อย่าโลภ อย่าใช้อารมณ์ นี่เป็นอีกหลักการสำคัญ การซื้อขายหุ้นต้องพิจารณาบนพื้นฐานความเป็นจริง อย่าเน้นอารมณ์มากกว่าเหตุผล เราต้องหาเหตุผลให้ได้ว่าทำไมถึงซื้อหุ้นตัวนี้ หลายครั้งมือใหม่มักพลาดเพราะเห็นแก่ความโลภ แม้แต่นักเล่นหุ้นก็พลาดอยู่บ่อยครั้งเพราะความโลภ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็มีการพลาดซ้ำ ๆ ดังนั้นควรระวังให้ดี ควบคุมอารมณ์ให้ได้

จัดการเงินทุนอย่างเหมาะสม นี่คืออีกเคล็ดลับพื้นฐานที่สำคัญ บางคนไม่รู้เรื่องการลงทุน ลงทุนด้วยเงินที่จำเป็นต้องใช้ ผลกระทบที่ตามมาก็ทำให้ต้องถอนเงินคืนอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากจะเล่นหุ้น ควรลงทุนด้วยเงินเย็น เงินออมที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน สามารถออมหุ้นทุกเดือนซึ่งเป็นรูปแบบ DCA หากลงทุนเช่นนี้โอกาสขาดทุนจะต่ำมาก

ปัญหาราคาที่ควรใส่ใจในพอร์ตการลงทุนหุ้น

การซื้อหุ้นในบางครั้งจะมีช่วงที่หุ้นมีราคาสูงเกินไป พอร์ตหุ้นอาจติดลบ ขาดทุนมากเกินไปโดยใช่เหตุ ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า “ติดดอย” ซึ่งเหตุการณ์นี้แหละมักทำให้นักลงทุนต้องรอราคาหุ้นเด้งกลับคืนมาที่จุดเดิมจึงจะทำกำไรได้ บางครั้งอาจใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจหลายปี แต่ปัญหาของการซื้อหุ้นก็คือไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หุ้นจะมีราคาถูกหรือราคาแพง ทำให้เหมือนเดินในเขาวงกต ไม่รู้ว่าจะควรทำอย่างไรดี

หนึ่งในการแก้ไขปัญหาที่ง่ายที่สุดคือการแบ่งเงินลงทุนในพอร์ตหุ้นเป็นเงินก้อน เน้นลงทุนสม่ำเสมอในแต่ละเดือน หรือลงทุนออมหุ้นระยะยาว ซึ่งเป็นรูปแบบการ DCA นั่นเอง โดยผู้ซื้อหุ้นจะซื้อหุ้นในแต่ละเดือนเพื่อถัวเฉลี่ยราคาซื้อขายหุ้น การซื้อหุ้นในราคาค่าเฉลี่ยจะทำให้ราคาหุ้นไม่สูงเกินไป โอกาสติดดอยก็ต่ำมาก โอกาสได้กำไรก็ค่อนข้างสูง เหมาะกับมือใหม่อย่างยิ่ง แม้แต่นักลงทุนที่มีประสบการณ์ก็อาจเลือกรูปแบบ DCA เพราะสามารถทำกำไรได้อย่างมั่นคง

10 โบรกเกอร์ เปิดพอร์ตหุ้น ที่คนไทยนิยมที่สุด

1. บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) Financial Syrus Securities Public Company Limited , FSS

2. บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) Kasikorn Securities Public Company Limited, KS

3. บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) Bualuang Securities Public Company Limited , BLS

4. บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด Siam Commercial Securities Company Limited, SCBS

5. บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย), Securities company CGS-CIMB (Thailand), CGS-CIMB

6. บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด

7. บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด Krungsri Securities Company Limited, KSS

8. บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด Asia Plus Securities Company Limited, ASIA PLUS

9. บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด Yuanta Securities (Thailand) Co., Ltd., YUNTA

10. Mitrade     

หลากหลายช่องทางการลงทุนหุ้น

หากไม่อยากซื้อขายหุ้นผ่านพอร์ตหุ้นของตัวเอง ไม่มั่นใจว่าเงินลงทุนจะสามารถทำกำไรได้จริง หรือกลัวว่าจะมีโอกาสขาดทุนสูง ยังมีช่องทางอื่นในการลงทุนซื้อขายหุ้น นั่นคือการซื้อหุ้นผ่านกองทุนมืออาชีพ ซึ่งกองทุนลักษณะนี้จะนำเงินของท่านไปลงทุนกระจายหุ้นในรูปแบบต่าง ๆ มีทีมวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำ สามารถนำผลประกอบการมาให้ท่านได้ดี โดยสามารถพิจารณาจากผลประกอบการย้อนหลัง เพื่อพิจารณาความน่าเชื่อถือ ในส่วนนี้จะทำให้สามารถมั่นใจได้ว่าเงินลงทุนไม่มีทางสูญเปล่า เพราะมีผู้เชี่ยวชาญดูแลให้ อีกทั้งยังสามารถเลือกประเภทหุ้น หรือประเภทกองทุนที่ต้องการให้ความสำคัญได้ เช่นในยุคนี้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตกำลังมาแรงก็สามารถเลือกกองทุนที่มุ่งเน้นไปด้านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามการซื้อหุ้นผ่านกองทุนมีหลากหลายรูปแบบ บางรูปแบบก็สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วย แต่อาจมีข้อจำกัดที่ต้องถือกองทุนเป็นระยะเวลาหลายปีเป็นต้น หากสนใจต้องศึกษาแต่ละกองทุนอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ยังมีกองทุนในต่างประเทศอีกด้วย แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป

การเปิดพอร์ตหุ้น สำหรับการซื้อขายหุ้นแบบ CFD นั้น เราขอแนะนำ Mitrade ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ ได้รับอนุญาตและควบคุมอย่างเข้มงวดโดยหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง การันตีโดยการได้รับรางวัลมากมาย รวมไปถึงแพลตฟอร์มการซื้อขายที่เรียบง่ายและใช้งานง่าย การเปิดพอร์ตลงทุนกับ Mitrade เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกประเภท ไม่ว่าจะมือใหม่หัดเทรดหรือนักเทรดมืออาชีพที่มีพื้นฐานขั้นสูงอยู่แล้วรับรองว่าถูกใจแน่นอนสำหรับการเทรดกับแพลตฟอร์มจาก MiTrade นอกจากค่าคอมมิชชั่น 0 บาท ยังมีบริการลูกค้าในภาษาไทย และระบบที่เถียรไม่มีระยะเวลาหน่วงในการเทรด เราจึงอยากแนะนำให้คุณลองไปเปิดพอร์ตและเริ่มต้นเทรดได้ที่นี่

หากนักลงทุนต้องการเรียนรู้การเทรดแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร มีเงินทุนไม่เพียงพอหรือไม่คุ้นเคยกับระบบ ไม่ต้องเป็นกังวลเลย นักลงทุนสามารถลองใช้บัญชีทดลองของ Mitrade เพื่อฝึกฝนการเทรดเงินเสมือนจริงฟรี $50,000 สามารถสมัครใช้ง่านได้ง่าย ๆ ผ่านทางหน้าเว็ปไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เพื่อทดลองเทรดและทำคุ้นเคยกับแพลตฟอร์มของ Mitrade โดยที่ไม่มีความเสี่ยง

รับฟรีทันที! เงินเสมือนจริง $50,000

บัญชีเทรดทดลองมีฟังก์ชันมากมาย เหมือนเราได้เทรดบัญชีเทรดจริงเลย เช่น เมนูเทรด ข้อมูล และระบบการดำเนินการต่าง ๆ นอกจากนี้บัญชีเทรดทดลองยังมีเงินจำนวน USD50,000 โดยไม่จำเป็นต้องฝากเงินเข้าบัญชีเทรดทดลอง เพื่อให้นักลงทุนได้ทำการทดลองเทรดก่อนจะเริ่มใช้งานบัญชีเทรดจริงนั่นเอง

สรุป

พอร์ตหุ้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพิจารณาซื้อ-ขายหุ้น มันสามารถบอกภาพรวมการลงทุนได้ชัดเจนว่าเป็นไปตามความตั้งใจที่จะลงทุนหรือไม่ และมือใหม่สามารถเลือกรูปแบบพอร์ตหุ้น หรือพอร์ตการลงทุนได้หลายแบบ อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้ใช้พอร์ตเชิงรับและพอร์ตสร้างรายได้ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ รับประกันผลกำไรได้ดี นอกจากนี้การลงทุนโดยใช้รูปแบบ DCA เป็นวิธีการลงทุนที่ดีเพราะเน้นค่าเฉลี่ย ไม่ว่าราคาหุ้นจะตกหรือราคาหุ้นจะขึ้น เราก็มีโอกาสทำกำไรได้ นอกจากนี้หากไม่มั่นใจในการลงทุนด้วยตัวเอง ต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญลงทุนให้ก็สามารถเลือกกองทุนที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือได้ มิหนำซ้ำยังมีแนวทางการลงทุนหลากหลายรูปแบบ สามารถเลือกที่ตนเองชอบก็ได้ เพียงแต่มีผู้เชี่ยวชาญลงทุนให้โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย

**คำเตือน การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

เนื้อหาในบทความเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนบทความ เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับประกอบการตัดสินใจก่อนการลงทุนเท่านั้น ผู้อ่านควรศึกษาปัจจัยประกอบจากแหล่งข้อมูลหลายแห่งก่อนการตัดสินใจ และใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลในการพิจารณาเลือกโบรกเกอร์ลงทุนที่เหมาะสมแก่ท่าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

รับฟรีทันที! เงินเสมือนจริง $50,000 เพื่อฝึกฝนการเทรดกับ Mitrade!